Just Another Blog
10Mar/111

Panoramas

วันนี้ขอเอารูปพาโนรามาที่ถ่ายจากทริปก่อนๆมาฝากครับ

ประเดิมด้วยรูปแรกถ่ายที่สวนมะม่วงที่เมืองกาญ ตอนนี้การเป็นสวนยูคาลิปตัสไปแล้ว
สวนมะม่วง

ถัดมาเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ์(เขื่อนเขาแหลม) สองรูปนี้ถ่ายคนละวันคนละเวลากัน รูปแรกถ่ายระหว่างทางไปเที่ยวบ้านไร่วิมานดิน ตอนนั้นพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว ระหว่างทางเห็นแม่น้ำสวยมากแต่ก็พยายามตัดใจไม่แวะถ่าย แต่ในที่สุดก็ห้ามใจไว้ไม่ไหว.. ส่วนรูปที่สองถ่ายขากลับจากวิมานดิน
พระอาทิตย์ตกที่เขื่อนวชิราลงกรณ์

เขื่อนวชิราลงกรณ์ยามบ่าย

ถึงวิมานดินแล้วถ้าไม่มีรูปพาโนรามามาฝากก็ยังไงอยู่
จากระเบียงบ้านไร่วิมานดิน

เหนือวิมานดินคือวิมานในอากาศ ท้องฟ้าตอนเช้าเหนือวิมานดิน
ท้องฟ้าวิมานดิน

เปลี่ยนภาคนิดนึงไปยังภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ รูปนี้ถ่ายที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่อยู่เลยดอยสุเทพขึ้นไป
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

จากนั้นกระโดดจากเหนือมาใต้ที่จังหวัดกระบี่ รูปนี้ถ่ายที่หาดไร่เลย์ตะวันออก รูปนี้ถ่ายตอนน้ำขึ้น พอช่วยบ่ายๆน้ำลงจะเห็นสะพานสำหรับคนเดินไปขึ้นเรือห่างจากหาด
หาดไร่เลย์ตะวันออกจังหวัดกระบี่

22Feb/110

เที่ยวทองผาภูมิ-กาญจนบุรี-วิมานดิน ตอนที่ 5

ในที่สุดก็มาถึงตอนสุดท้ายของทริปนี้(เล่าจนเหนื่อย) ขอสั้นๆเลยละกัน เอาเป็นการเล่าเรื่องด้วยรูปละกัน (A picture is worth a thousand words)

ตอนที่สี่
ตอนที่สาม
ตอนที่สอง
ตอนที่หนึ่ง

วิมานดินยามเช้า
_DSC7307

_DSC7331

อรุณสวัสดิ์ครับ ผมเพิ่งตื่นครับ
_DSC7336

อาหารเช้าท่ามกลางอากาศเย็นๆสบายๆ
_DSC7338

พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับคุณตา (คุณพ่อพี่สารวัตร)
_DSC7375

_DSC7366

แอบถ่ายน้องฟลุคทานข้าวเช้า
_DSC7410

เมื่อท้องอิ่มก็เป็นเวลาความรู้จากพี่สารวัตร
_DSC7425

ต้นยางเก่าแก่ที่สูงลิบลิ่วที่อาจจะเห็นในรูปที่ผ่านมา
_DSC7430

เดินป่าหาความรู้
_DSC7471

นี่เป็นบ่อน้ำร้อนอะไรซักอย่าง (มัวแต่ถ่ายรูปเลยไม่ทันฟัง)
_DSC7464

เมื่อได้ความรู้แล้วก็ถึงเวลาเล่นมั่ง (work hard, play harder)
_DSC7481

ตอนที่ไปน้ำเยอะใช้ได้ แต่ถ้าไปก่อนหน้านั้นสักเดือนนึงจะดีกว่า
_DSC7487

ก่อนกลับขอเก็บภาพบ้านวิมานดิน
_DSC7499

ขากลับแวะทานข้าวที่เขื่อนเขาแหลม (ที่สโมสรนะ ไม่ได้ไปสันเขื่อน)
_DSC7513

ไปทริปนี้ได้รูปพาโนมานิดหน่อย เดี๋ยวจะเอามาฝากนะครับ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทีมงานวิมานดินทุกท่าน(ทั้งเจ้าของและลูกจ้าง)ที่ต้อนรับและเอาใจใส่พวกเราอย่างดีจนรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ขอบคุณพี่สารวัตร พี่เปิ้ล น้องฟลุค และคุณตาครับ

ตอนที่สี่
ตอนที่สาม
ตอนที่สอง
ตอนที่หนึ่ง

16Feb/112

Kanchanaburi Trip (Part 4)

หลังจากการเดินทางอันแสนยาวนาน(เพราะรถติด + โอ้เอ้เอง)เราก็มาถึงจุดหมายที่บ้านไร่วิมานดิน สถานที่พักผ่อนแบบฟาร์มเสตย์ กว่าเราจะมาถึงที่นี่พระอาทิตย์ก็ตกไปแล้ว(ตกหลังเขาไปเพราะที่พักอยู่ติดภูเขา) พอลงมาจากรถก็รู้สึกว่าอากาศเย็นสบายซึ่งอาจจะเป็นเพราะที่แถวนั้นติดทั้งภูเขาแล้วธารน้ำ หลังจากที่ได้เอาของไปเก็บในห้องแล้วเราก็ออกมาเดินเล่น ได้รูปมาอย่างที่เห็นนี้..

ริมธารน้ำเลียบวิมานดิน น้ำใสจนเห็นหินที่อยู่ข้างล่างและเห็นเงาสะท้อนจากท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน
ธารน้ำเลียบวิมาดิน

ที่วิมานดินนี้มีเจ้าหน้าที่ต้อนรับ/นำทางพิเศษเด้วย สองตัวนี้น่ารักมาก(ลืมถามชื่อไปว่าคุณอะไร) คอยมาต้อนรับเราตลอดเวลา จะเดินไปทางไหนเค้าจะเดินไปเป็นเพื่อน บางทีวิ่งล่วงหน้าไปรอก่อนก็มี
บ้านไร่วิมานดินและพนักงานต้อนรับ

ตอนแรกว่าจะเดินเล่นดูไร่ก่อนจะถึงเวลาอาหารสักหน่อยเราก็บังเอิญมาเจอกับพี่สารวัตรที่เป็นเจ้าของวิมานดินแห่งนี้พอดี พี่สารวัตรเป็นคนที่พูดเก่งและมีอัธยาศัยดี พี่เล่าให้เราฟังถึงความเป็นมาของที่นี่ คุยไปคุยมาเผลอเดี๋ยวเดียวก็มืด พวกเรารู้สึกได้ทันทีถึงอากาศที่เย็นลงที่ทำให้เรารู้สึกสบายตัวกันขึ้น

ระหว่างที่ยืนคุยกับพี่สารวัตรก็ได้รูปมาอีกนิดหน่อย..
บ้านโฮมเสตย์วิมานดิน บ้านโฮมเสตย์วิมานดิน
บ้านโฮมเสตย์วิมานดิน แสงไฟจากบ้านโฮมเสตย์วิมานดิน

จากนั้นเราก็ก็เข้าไปในบ้านเพี่อรอทานอาหารเย็น..
บ้่านวิมานดินยามค่ำคืน

ระเบียงบ้านถูกตกแต่งสวยงามและถูกนำมาใช้เป็นที่รับประทานอาหาร
ระเบียงบ้านบริเวณรับประทานอาหาร

ระหว่างที่เราทานก็มีนักดนตรีตัวน้อยมาเล่นขลุ่ยให้เราฟังด้วย น้องชื่อน้องฟลุคเป็นลูกของพี่สารวัตรกับพี่เปิ้ล น้องบริการเราดีมาก ขอขอบคุณนะครับ
นักดนตรีตัวน้อย

บรรยากาศระหว่างทานอาหารเย็น มีพี่เปิ้ลร้อง karaoke ให้พวกเราฟัง
บรรยากาศอาหารเย็น

ถึงอากาศจะเย็นแต่ก็มีมันเผาร้อนๆมาเสิร์ฟอยู่เรื่อยๆไม่ขาด อบอุ่นมากเหมือนอยู่บ้านตัวเอง
มันเผาร้อนๆ

หลังจากนั้นเราก็ไปเดินดูดาวโดยมีน้องหมาตัวเดิมอารักขาอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา เนี่องจากฟ้าที่นี่ไม่มีหมอกควันหรือแสงไฟจากตึกคอยรบกวนเลยเห็นดาวเยอะมากเป็นพิเศษ..
ดาวบนท้องฟ้าเหนือวิมานดิน

แล้วเราก็เข้านอนเพื่อที่จะได้ตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า...

15Feb/110

Kanchanaburi Trip (Part 3)

ความเดิมจากตอนที่แล้ว... เราไปเที่ยวกาญจนบุรีกับคุณพ่อและคุณแม่.. ระหว่างทางแวะไปดูสวนกับทานข้าวริมแม่น้ำแม่กลอง หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางกันต่อ...

กว่าจะได้ออกจากร้านอาหารก็ร่วมบ่ายสาม เราเดินทางต่อบนถนนหมายเลข 323 มุ่งหน้าสู่อำเภอทองผาภูมิ หลังจากออกจากตัวเมืองไปได้ไม่ไกลนักถนนก็เปลี่ยนเป็นถนนสองเลนสวนทางกัน ระหว่างทางเจอรถใหญ่เป็นระยะๆจึงทำให้ทำเวลาได้ช้ากว่าที่คิด แต่เพราะว่าค่อยๆขับไปเรื่อยๆจึงทำให้มีโอกาสได้ดูทิวทัศน์สองข้างทาง ครั้งนี้เป็นไม่กี่ครั้งในรอบสิบกว่าปีที่ได้ขับรถทางไกลในเมืองไทยทำให้เกือบลืมไปแล้วว่าถนนเมืองไทยก็สวยเหมือนกัน สมัยตอนที่อยู่อเมริกามีความรู้สึกว่าภูมิประเทศเค้าสวยกว่าบ้านเรามากเหลือเกิน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะตอนก่อนที่จะไปอเมริกาเรามีความรู้สึกว่าถนนในเมืองไทยช่างดูแห้งแล้ง แต่ทริปนี้และทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนธันวาที่ผ่านมาทำให้เราได้เห็นความสวยงามของถนนเมืองไทยที่ไม่แพ้ในอเมริกาเลยถึงแม้ว่าบรรยากาศจะต่างกันมากก็ตาม (ยอมให้เพราะบ้านเราไม่มีหิมะ) ระหว่างทางไปทองผาภูมิมีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย มีต้นไม้หลายประเภทที่ผลัดใบตามฤดูเช่นต้นสักทองซึ่งใบเริ่มแห้งและเปลี่ยนสีจึงทำให้ใบไม้บนต้นไม้รอบๆถนนมีหลากสีตั้งแต่เขียว ส้ม เหลือง แดง ทำให้นึกถึงถนนในอเมริกาช่วงที่ใบไม้เริ่มจะเปลี่ยนสี ถนนที่คดเคี้ยวตัดผ่านภูเขาชวนให้รู้สึกเพลินไปกับการขับรถ น่าเสียดายที่เราเป็นคนขับเลยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปมาฝาก.. แต่ก่อนที่เราจะเข้าทองผาภูมิเราแวะพักเข้าห้องน้ำกันที่ปั๊มน้ำมันเลยได้รูปแถวนั้นมา..

ปั๊มน้ำมันข้างทาง

ระหว่างทางสู่ทองผาภูมิ

ระหว่างทางไปวิมานดินเราต้องผ่านเขื่อนวชิราลงกรณ์(เขื่อนเขาแหลม) แสงพระอาทิตย์สะท้อนน้ำในแม่น้ำ(แควน้อย?)เป็นประกายสวยงามมาก
แม่น้ำแควน้อยบริเวณเขื่อนเขาแหลม

เขื่อนเขาแหลม

ถนนเลียบแม่น้ำระหว่างทางไปบ้านไร่วิมานดิน อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงที่หมายแล้ว
ถนนข้างเขื่อนเขาแหลม

จุดหมายอยู่ไม่ไกล... (โปรดติดตามชมตอนต่อไป)
ทางไปบ้านไร่วิมานดิน

10Feb/111

Kanchanaburi Trip (Part 2)

Previously... I took my parents to Kanjanaburi trip. We stopped by at our small mangoes orchard along the way and stopped for a rather late lunch at "My Secret" restaurant which is situated right on the bank of the Mae Klong river..

With no further ado, let's continue from last time.. We went into the restaurant to find its beautiful atmosphere. The restaurant was nicely decorated. There were tables outside as well as inside. It makes me wonder what the ambiance would be like in the evening. The restaurant has a small boat landing with a couple of jet skis and boats. We met the restaurant owner who told us that he recently opened a resort nearby. He told us that he would show us the resort after we finish with the meal..

Although it was only three of us, but it was way past our lunchtime, and so we were not really concerned about over-ordering (we actually did not). We were told prior to coming that their Roasted-Salted Duck dish is a must-try, and so that was exactly what we did. We tried it, and it did not disappoint us at all. The duck was very crispy and it tasted just right without having to add the sauce which was served on the side (though it tasted as good with the sauce).

เป็ดสาดเกลือ

Next up was fruit salad. It came served on a fried taro bowl, which tasted as good as the salad itself.

สลัดผลไม้

Having come to eat next to a river, we thought about ordering river prawns. Our waitress informed us that they can two types, roasted or in pepper-garlic sauce. I usually like my river prawns roasted, but the waitress said pepper-garlic sauce once tastes better. Well, I listened half-eared so we decided to order both at half-kilogram each. The waitress was right. The pepper-garlic sauce one was really better. Their sauce were a little sweet which makes everything just perfect.

กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียมพริกไทย
กุ้งแม่น้ำเผา

Now we had four dishes ordered, with no soup, so we looked them up. My parents wanted "tom yum" (thai sour soup), and so we ordered "tom yum pla kung", which is just tom yum soup with a kind of fish. It came out very tasty (sweetness, tartness, and saltiness were mixed just right), however, it was also extremely spicy despite having told the waitress to have chili served separately (she forgot). But that was okay, since it would not have tasted that good if it were not that spicy. We, however, decided to order one more bowl of tofu & porkball soup just to cool things down a little..

ต้มยำปลาคัง?


แกงจืดเต้าหู้หมูสับ

While waiting for the food to come, I walked around the restaurant and got these beautiful photos..

เก้าอี้ชิงช้า บันใดขึ้นชั้นสอง

This picture was taken on the second floor of the restaurant..

ชั้นสอง

One of the walls was decorated with pictures from older ads and labels of Singha bear, one of the leading brand of bear in Thailand..

กำแพงเบียร์สิงห์

As promised, we were taken on a boat ride to their new resort. It took us only a few minutes to get there..

นั่งเรือไปรีสอร์ท My Secretท่าเทียบเรือที่รีสอร์ท
ห้องรีสอร์ท My Secretร้านอาหาร

After that, it was time to get back on the road. Our final destination for the day is at Vimandin farmstay resort, which was still a long way to go.. and the story continues.. (Part 3 & 4 and perhaps more coming soon..)

9Feb/110

Kanchanaburi Trip (Part 1)

I took my parents to Kanjanaburi (a western province of Thailand) a couple of weeks ago. This entry (and a few more entries to come) blogs about the rather short, but memorable trip. We started off on a Saturday morning with the destination being Tongphaphum. We had to take a detour because of traffic jams caused by a demonstration, which lately has become iconic to the thai way of life. It took us almost 3 hours to get to Kanjanaburi. After a short stop at our small mangoes orchard, we went to have lunch at a restaurant called "My Secret" which situated right on the bank of the Mae Klong river.

The entrance to our mangoes orchard..

ประตูสวน ลำต้นมะม่วงที่สวน

The entrance to the restaurant..
ป้ายร้าน My Secret

P.S. Some of you may have noticed that the English translation and the original in Thai are different. I'm not making a direct translation because well... I'm a little tired and lazy.. Though I will do my best to get my points across..

16Jan/113

New Year Trip to Kao Kho – Day 3

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้าย(งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา) วันนี้ก็ตื่นเช้าเหมือนวันที่สองแต่ไม่เจอทะเลหมอกเพราะคืนก่อนลมแรงมาก แอบเสียดายนิดนึงที่ไม่ได้เห็นอีกวันแต่ก็นึกในใจว่าโชคดีที่วันก่อนหน้านี้ได้เห็นเพราะได้คุยกับคนที่ไปพักอีกกลุ่มนึงบอกว่าวันก่อนเค้าก็ไม่ได้เห็นกันเพราะลมแรง

รูปแรกเป็นวิวจากที่เต๊นท์เมื่อไม่มีทะเลหมอก
วิวจากเต๊นท์

ตอนแรกตื่นมาก็เดินยืดเส้นยืดสายแถวๆนั้น แล้วก็ได้รูปเต๊นท์ของทางที่ภูอาบหมอกมาหนึ่งใบ
ภูอาบหมอก

หลังจากนั้นเราก็เก็บเต๊นท์เพราะเป็นวันที่จะเดินทางกลับ เมื่อแบกหามสัมภาระขึ้นรถเรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินทางกันโดยที่ยังไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใดก่อนกลับกรุงเทพ สักพักก็ตกลงกันได้ว่าจะไปไร่ B.N. กัน ระหว่างทางไปไร่ก็ผ่านวัดบ้านนายาวที่พวกเราได้แวะเข้าไปถวายสังฆทานเมื่อวาน วันนี้ก็เข้าไปอีกเหมือนกันเพราะจะเอาหนังสือธรรมที่ติดมาด้วยมาถวายหลวงพ่อ(แต่วันนี้หลวงพ่อติดนิมนต์ที่อื่น เลยฝากลูกศิษย์ไว้แทน) และก็ได้ภาพกลับมาอีกนิดนึง
วัดบ้านนายาว

วัดบ้านนายาว

แล้วเราก็เดินทางสู่ไร่ B.N. กันต่อ ที่นี่มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือก แต่ละร้านก็อร่อยทั้งนั้น(แนะนำต้มยำ ขนมจีน และไก่ย่าง) จากนั้นเราก็เดินดูของฝากกันและทานไอติมผลไม้ที่อร่อยอีกเช่นกัน ระหว่างนั้นเราก็ได้พบปะและทำความรู้จักกับคุณแรมโบ้สุนัขพันธุ์ Golden Retriever ขนาดมหึมา
คุณแรมโบ้

คุณแรมโบ้

และที่ไร่ B.N. นั้นเองเราก็ได้เขียนและส่ง postcard ที่ระลีก
postcard

ก่อนจะกลับเราก็ได้ทานกาแฟที่นี่ด้วย คิวยามมาก(ยาวสุดๆๆๆๆๆๆ แถมต้องรอเค้าพักทานข้าวเที่ยงด้วยเพราะมีกันอยู่แค่สองคนแล้วผลัดกันไปทานไม่ได้) แต่ขอชมว่ากาแฟก็อร่อยมากเหมือนกัน เรียกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยแต่ก็ทำให้เสียดายที่สั่งมาน้อยไป เมื่อรอกาแฟเสร็จเราก็เดินทางกันต่อโดยตั้งใจว่าจะแวะไปที่ Kho in Love ที่เราได้ยินมาว่าเลี้ยงแกะ(ทำไมเดี๋ยวนี้ที่ท่องเที่ยวที่ไหนๆก็ต้องมีแกะกันด้วย) แต่พอไปถึงก็หาที่จอดไม่ได้ก็เลยขับเลยไปกะว่าจะดูวิวนิดหน่อยกลายเป็นว่ามาเจอ Route 12 เข้าไป เรียกว่าแจ๊คพอตเลยเพราะที่นี่ก็สวยเหมือนกัน

Route 12

Route 12

Route 12

เมื่อถึงแก่เวลาเราก็เดินทางกลับ ผ่าน Kho in Love อีกแต่คราวนี้มีที่จอดรถแล้ว เลยเอาน้องแกะมาฝากหนึ่งตัว น่าจะชื่อเอื้องนะ(ดูมันเคี้ยว)
แกะ

เมื่อได้เถลไถลกันพอสมควรแล้วเราก็เดินทางกลับ(จริงๆ) (แวะไร่กำนัลจุลเพื่อซื้อของฝากกันพอเป็นพิธี) ระหว่างทางกลับก็เจอมหกรรมรถติด กว่าจะถึงกรุงเทพก็ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงพอดี (นับจากตอนออกจาก Kho in Love) ถึงจะเหนื่อยแต่ก็คิดว่าคุ้มที่ได้เที่ยว กลับมาเห็นรูปสวยๆกับ postcard ที่ส่งมาแล้วก็ชื่นใจ

เป็นอันจบ Series นี้แล้วนะครับ อันดับต่อไปคงจะเอารูปตอนที่ไปทำซูชิมาขึ้นเพราะมีคนแอบทวงมาแล้ว (ถึงไม่ทวงก็จะเอาขึ้นอยู่แล้ว :D )

14Jan/110

New Year Trip to Kao Kho – Day 2

มาต่อกันจากวันแรกนะครับ ตื่นเช้าขึ้นมาเป็นวันปีใหม่ก็ได้เจอกับทะเลหมอกตรงหน้าเลย

ทะเลหมอก

ทะเลหมอก

วันนี้เราตั้งใจไว้ว่าจะขึ้นไปบนภูทับเบิกเพราะได้ยินมาว่าสูงและสวย พอทำธุระส่วนตัวกันเสร็จก็ออกเดินทางเลย ระหว่างทางก็แวะที่วัดเพื่อจะทำบุญ ชื่อวัดบ้านนายาว พอเข้าไปถึงได้รู้ว่าพระครูที่เป็นเจ้าคณะอำเภออยู่ที่วัดนี้เลยได้ถวายสังฆทานกับท่าน ในวัดมีพระอุโบสถที่สวยงามมากครับ
พระอุโบสถวัดบ้านนายาว

หลังจากนั้นเราก็เดินทางขึ้นภูทับเบิกกันต่อ อยากจะขอเตือนไว้นิดนึงครับว่าถ้าใครขับรถไม่แข็งอย่าขึ้นเป็นอันขาดครับเพราะทางค่อนข้างชันและคดเคี้ยว ควรจะเช็คสภาพรถให้พร้อมด้วยนะครับ เนื่องจากวันที่ไปเป็นวันปีใหม่รถจึงเยอะและติดมาก(ส่วนใหญ่ติดรถที่เสีย)ทำให้ขับยากขึ้นไปอีก ระยะทางขึ้นเขาประมาณ 16 กิโลใช้เวลาไปร่วม 3 ชั่วโมงเพราะรถติดครับ ระหว่างทางก็จะเห็นรถเสียรายทางทั้งหม้อน้ำแตก(จริงๆ เห็น coolant ไหลออกมาเป็นทาง) ทั้งรถที่ต้องหยุดพักเพราะเบรกหรือคลัชไหม้หรือเพราะเฉี่ยวชนกันเองก็มี ถ้าใครจะขึ้นก็ระวังๆหน่อยนะครับ

ระหว่างทางมีจุดชมวิวเป็นระยะ บางคนขึ้นไม่ไหวถอยก่อนก็มี รูปนี้เป็นเด็กชาวเขาที่จุดชมวิว เด็กผู้ชายคนขวาสุดตลกดีชอบทำท่าแปลกๆเวลาที่ผมถ่ายรูปเค้า
เด็กชาวเขาที่จุดชมวิว

และในที่สุดเราก็ขึ้นไปจนถึงยอดภูทับเบิกจนได้
จากบนภูทับเบิก

จากบนภูทับเบิก

ข้างบนอากาศดีมากมีคนขึ้นไปกางเต๊นท์เต็มไปหมด คนที่อยากมากางเต๊นท์บนนี้คงต้องเป็นแบบลุยๆหน่อยเพราะห้องน้ำห้องท่าไม่ได้ดีเหมือนที่เขาค้อ บนภูทับเบิกมีไร่กะหล่ำที่ใหญ่มาก เค้าขายกันหัวละแค่ห้าบาทเอง พอดีไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก

หลังจากจกส้มตำมื้อกลางบ่ายกันเสร็จและเดินเล่นถ่ายรูปกันพอเป็นพิธีก็ได้เวลากลับเต๊นท์ เป็นอันจบวันที่สอง..

13Jan/113

Cold & New Year Photos (Day 1)

รู้สึกเริ่มคันๆคอมาตั้งแต่เมื่อวาน พอตื่นเช้าขึ้นมาก็เจ็บคอแบบกลืนน้ำลายไม่ลง ตอนบ่ายประชุมอยู่ก็เริ่มรู้สึกตัวร้อน ตอนเย็นขับรถกลับบ้านก็จะหลับมิหลับแหล่ พอกลับมาถึงบ้านก็ทานยาแล้วนอนเลยเพราะต้องออกไปส่งแม่ที่ airport ตอนสองทุ่ม ได้นอนก็หลับๆตื่นๆเพราะกลางวันซัดชาร้อนไปสามแก้วด้วยความเจ็บคอ รู้สึกว่าปีใหม่นี้จะเริ่มต้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าเป็นปีชงหรือเปล่า วันก่อนก็เพิ่งจะเอารถไปครูดกับเสาได้รอยเบ้อเริ่มมาฝาก ตอนแรกนึกว่าจะรอชงหลังตรุษจีน ไม่รู้จะรีบร้อนไปถึงไหน เอาเถอะมองโลกในแง่ดีก็ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ไป

ในที่สุดวันนี้ก็ทำรูปที่ไปเขาค้อจนเสร็จหลังจากดองไว้นาน(งานเยอะจริงๆ)เลยอยากจะเอามาฝาก ช่วยติชมกันหน่อยนะครับ

เนื่องจากกองทัพเดินได้ด้วยท้องจึงต้องหาอาหารเช้าทานก่อน เนื่องจากออกเร็วเลยไปทานไก่ย่างวิเชียรบุรีกัน ไปถึงมีร้านเยอะมากเลยจอดรถถามคนท้องถิ่นเค้าก็แนะนำมาสองร้าน เค้าบอกว่าร้านที่อร่อยกว่าอยู่อีกฝั่งนึงเลยไม่ได้ข้ามไปทาน

ไก่ย่างวิเชียรบุรี

ไก่ย่างวิเชียรบุรี

เมื่อท้องอิ่มก็เดินทางต่อไปยังเขาค้อจุดหมายปลายทาง ครั้งนี้เราไปพักกันที่เขาภูอาบหมอกจากคำแนะนำของเวปพันทิปหา ไปถึงก็หาจุดกางเต๊นท์เพื่อจะดูทะเลหมอกในตอนเช้า ขออนุญาตโฆษณาให้เค้านิดนึงเพราะพี่ๆที่นี่เค้าน่ารักมาก ห้องน้ำก็สะอาดถึงแม้จะเป็นช่วงปีใหม่ที่มีคนมากก็ตาม ตอนเช้าเดินออกมาจากเต๊นท์ก็เห็นทะเลหมอกเลย

ระหว่างกางเต๊นท์อยู่ก็มีเด็กชาวเขามาขายของ

เด็กชาวเขา

พอกางเต๊นท์เสร็จก็ได้เวลาออกไปเดินเที่ยว ที่แรกที่ไปคืออนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อซึ่งทำขึ้นไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตช่วงสมคราม communist
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกเยอะก่อนจะมืดเราเลยไปเดินเที่ยวน้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกที่เป็นเหลี่ยมๆแปลกดี มีรูปน้ำตกกับนางแบบ :D
น้ำตกศรีดิษฐ์

ระหว่างทางกลับเต๊นท์ก็แวะซื้อ postcard เป็นที่ระลึก ข้างหลังตรงนั้นเป็นที่ๆถ่ายรูป wallpaper รูปที่สอง ที่ตรงนั้นสวยมากครับ
ซื้อ postcard

พระอาทิตย์ตก

และแล้วเราก็เดินทางกับมาถึงเต๊นท์ ถึงจะไม่ทันพระอาทิตย์ตกแต่ก็ยังมีแสงอยู่ เป็นแสงสุดท้ายของปี 2010
หลังพระอาทิตย์ตกที่เต๊นท์

พอตกกลางคืนก็มีคนเล่นกีต้าร์และร้องเพลงรอ countdown ปีใหม่ และเริ่มที่จะจุดโคมกัน
จุดโคม

โอยเหนื่อย... ขออนุญาตเอาวันที่สองกับวันที่สามมา post ทีหลังละกันครับ..

5Jan/112

Happy New Year & New Wallpaper

ก่อนอื่นก็ขอบอก Happy New Year ก่อน ขอให้ทุกคนมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงมากๆไปตลอดปีนี้และปีต่อๆไป ช่วงวันหยุดปีใหม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เขาค้อ เผอิญว่าช่วงนี้ยังยุ่งกับเรื่องงานและยังทำรูปที่ไปถ่ายมาไม่เสร็จ (เสร็จไปหนึ่งวันเหลืออีกสอง) เลยขอเอามาให้ดูคราวหน้าก็แล้วกัน ตอนนี้ก็เอารูปที่ทำเป็น desktop wallpaper ไปดูเรียกน้ำย่อยไปก่อนก็แล้วกันนะครับ ถ่ายวันแรกทั้งสองรูปก่อนพระอาทิตย์ตก เป็นแสงสุดท้ายของปี 2010

Last Light of 2010

Last Light of 2010

Sunset at Kao Kho

Sunset at Kao Kho

ป.ล. วันก่อนไปทำ sushi กับคุณแฟน ไว้มีเวลาแล้วจะเอารูปมาลงให้ดูพร้อมรายละเอียดคร่าวๆ ใครสนใจลองมาเช็คดูบ่อยๆละกันครับ